ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ยาต้านโควิด 19

ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir)

เป็นยาต้านเชื้อไวรัสที่อยู่ในสูตรยารักษาผู้ป่วยโควิด-19 ของไทย ตั้งแต่การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ระลอกแรก ครั้งนั้นเรานำเข้ายาฟาวิพิราเวียร์จากประเทศญี่ปุ่น และกระจายยาไปทั่วประเทศเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ควบคู่ไปกับยาอื่นและได้ผลดี แต่เนื่องจากยาฟาริพิราเวียร์มีปริมาณน้อย กระทรวงสาธารณสุขจึงต้องจัดทำระบบการเบิกจ่ายและคู่มือการใช้ยาไว้อย่างชัดเจนเพื่อควบคุมและตรวจสอบปริมาณให้มีสำรองเพียงพอสำหรับการรักษาผู้ป่วย

ในการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่นี้ ยาฟาวิพิราเวียร์ ถูกพูดถึงอีกครั้ง เมื่อผู้ว่าฯ กทม. ผุดไอเดียว่า จะแจกยาฟาวิพิราเวียร์ที่มีอยู่ในมือกว่า 600,000 เม็ด ให้ผู้ป่วยโควิด-19 ทุกกลุ่ม คนละ 50 เม็ด หลังพบคลัสเตอร์คลองเตย ทำให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากและยากที่จะควบคุม ทำให้เกิดประเด็นที่ว่า ไทยเหลือยาฟาวิพิราเวียร์เท่าไร เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วยหรือไม่ และหากเกิดอาการดื้อยาจะทำอย่างไร

เมื่อยาฟาวิพิราเวียร์มีความจำเป็นต่อผู้ป่วยโควิด-19 ขนาดนี้ เราไปทำความรู้จักยาตัวนี้กันว่า สำคัญอย่างไร ใครเป็นผู้ผลิต ใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้ทุกคนไหม

 

ความสำคัญของ ยาฟาวิพิราเวียร์

ยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นยาต้านไวรัสที่ใช้กับไวรัสไข้หวัดใหญ่หลายตัว เป็นที่รู้จักกันในชื่อ T-705 หรือ Avigan พัฒนาโดย บริษัทโตยามะเคมิคอล ประเทศญี่ปุ่น มีฤทธิ์ต่อต้านอาร์เอ็นเอไวรัสหลายชนิด

ในปี 2557 ฟาวิพิราเวียร์ได้รับการอนุมัติในประเทศญี่ปุ่นสำหรับการสำรองยาต่อต้านการระบาดทั่วของโรคไข้หวัดใหญ่ และในช่วงการระบาดของไวรัสอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกมีรายงานว่า พยาบาลชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งซึ่งติดเชื้ออีโบลาในขณะที่เป็นอาสาสมัครขององค์การแพทย์ไร้พรมแดนในไลบีเรียฟื้นตัวจากโรคหลังจากได้รับ ฟาวิพิราเวียร์ การทดลองทางคลินิกที่ตรวจสอบการใช้ฟาวิพิราเวียร์ จึงเริ่มขึ้นและพบว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ มีผลต่อผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสอีโบลาในกระแสเลือดในระดับต่ำถึงปานกลาง

ต่อมาในปี 2563 จีนได้ทดลองยาต้านไวรัสหลายชนิดกับผู้ป่วยโควิด-19 และค้นพบว่า ฟาวิพิราเวียร์ ให้ผลต้านไวรัสที่นำไปทดลองกับคนแล้วให้ผลดีจนน่าพอใจ เพราะหลังจากได้รับยา 2 วัน ผู้ป่วย 72% มีไข้ลดลง หลังจากได้รับยา 3 วัน ผู้ป่วย 38% มีผลภาพรังสีปอดที่ดีขึ้น และหลังจาก 6 วัน ดีขึ้นเป็น 70%

สำหรับประเทศไทยยาฟาวิพิราเวียร์ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในผู้ป่วยโควิด-19 เป็นกรณีพิเศษ และจากการเก็บข้อมูลย้อนหลังพบว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ มีความปลอดภัย สามารถลดความรุนแรงและการสูญเสียจากโรคโควิด-19 ได้ โดยล่าสุดองค์การเภสัชกรรมได้ทำการวิจัยและพัฒนากระบวนการสังเคราะห์วัตถุดิบยาฟาวิฟิราเวียร์ ในระดับห้องปฏิบัติการเสร็จแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการยื่นขอขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คาดว่าจะสามารถผลิตได้ประมาณเดือน มิ.ย.- ก.ค.นี้

 

การออกฤทธิ์ของยาฟาวิพิราเวียร์

ยาฟาวิพิราเวียร์จะออกฤทธิ์ 2 แบบ คือ ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสและทำให้เชื้อไวรัสกลายพันธุ์ คือ เข้าไปยับยั้งเอนไซม์ RNA-dependent RNA polymerase,RdRP ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีในไวรัสเท่านั้น เมื่อยาเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นสาร Active Form = favipiravir-ribofuranosyl-5′-triphosphate (RTP) ให้ไวรัสกลายพันธุ์จนภูมิต้านทานในร่างกายมนุษย์สามารถเข้าไปกำจัดไวรัสจนหมด หรือเหลือปริมาณน้อยจนไม่สามารถก่อโรคในร่างกายได้อีก

 

ยาฟาวิพิราเวียร์ช่วยผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้อย่างไร

ประสิทธิภาพในการต้านไวรัสของยาฟาวิพิราเวียร์จะได้ผลดีกับผู้ที่เพิ่งเริ่มติดเชื้อใหม่ๆ และความเสียหายของปอดไม่มาก โดยทั่วไปแพทย์จะให้ยาขนาด 1,600 มิลลิกรัม สำหรับผู้ใหญ่กินวันละสองครั้งในวันแรก และ 600 มิลลิกรัม วันละสองครั้งในวันที่ 2 ถึงวันที่ 5 ระยะเวลาการรักษาโดยรวมคือ 5 วัน ด้วยยาเม็ดขนาด 200 มิลลิกรัม ดังนั้นจึงต้องรับประทาน (1600 x 2 + 600 x 2 x 4) มก. / 200 มก. = 40 เม็ดต่อคน ผลจากการได้รับยาในปริมาณสูงอยู่ระหว่างการศึกษา

ในการระบาดโควิด-19 ระลอก 3 นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้หารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อ จากโรงเรียนแพทย์ สมาคมอุรเวชช์ พร้อมเปรียบเทียบการป่วยติดเชื้อโควิด-19 จากการระบาดที่เกิดขึ้นในประเทศ และปรับแนวทางการให้ยาฟาวิพิราเวียร์ 3 แนวทาง คือ

  • ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการ แต่มีปัจจัยเสี่ยงสามารถใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ได้ตามดุลยพินิจของแพทย์
  • ผู้ที่มีอาการเล็กน้อย มีความเสี่ยง และปอดอักเสบเล็กน้อย แพทย์จะให้ยาฟาวิพิราเวียร์ควบคู่กับการให้ยาสเตียรอยด์เพื่อลดอาการรุนแรงของโรค
  • และในผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบรุนแรง แพทย์จะให้ยาฟาวิพิราเวียร์ สเตียรอยด์ และโลพินาเวียร์ หรือ ริโทนาเวียร์ ควบคู่กันไป เพื่อลดปัจจัยหรือแนวโน้มที่โรคจะพัฒนา และทวีความรุนแรงจนเสียชีวิต

 

ปริมาณยาฟาวิพิราเวียร์ที่ไทยต้องการใช้และมีสำรองไว้

ปัจจุบันไทยใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ประมาณวันละ 40,000-50,000 เม็ด ตามข้อบ่งชี้ใหม่ที่ให้ยาเร็วขึ้นและจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น ยาฟาวิพิราเวียร์ได้กระจายไปทั่วประเทศแล้ว 2 ล้านเม็ด และได้มีการสั่งซื้อเพิ่มอีก 3,000,000 เม็ด โดยยาจะเข้ามาช่วงกลางเดือน พ.ค. ตามแผนการจัดหายาฟาวิพิราเวียร์ เพื่อให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ระลอก 3 รวมถึงจะมีการประเมินสถานการณ์ และสั่งซื้อเพิ่มเติมต่อเนื่องจนกว่าผลิตยาได้เอง

 

 

 

 

Credit:

– https://khao24h.net/
– https://www.facebook.com/watch/live/?v=198099584783483&ref=watch_permalink
– https://covid19.dms.go.th/
– https://www.rama.mahidol.ac.th/atrama/issue037/rama-rdu
– https://pharmacy.mahidol.ac.th

error: Content is protected contact admin!!