รู้ลึกสเตียรอยด์

steroids skin care, steroids cosmetics

เนื้อหา

  • สเตียรอยด์ (Steroid)
  • ประโยชน์ของสเตียรอยด์
  • ประเภทของยาสเตียรอยด์
  • แหล่งที่จะได้รับสารสเตียรอยด์
  • สเตียรอยด์ในการรักษาสิว
  • สเตียรอยด์ที่ทำให้ผิวหน้าขาว
  • สเตียรอยด์ทำให้ผิวสวยใสไว แต่ผิวเสียนาน
  • วิธีดู สิวสเตียรอยด์ และสิวปกติ
  • อาการของผิวติดสเตียรอยด์
  • วิธีหยุดใช้สเตียรอยด์
  • จะรู้ได้อย่างไรว่าครีมที่ใช้มีสเตียรอยด์

#ผิวแพ้สาร #ผิวติดสาร #ถอนสเตียรอยด์ #หน้าแพ้สารเคมี #หน้าแพ้สารทำไงดี #หน้าแพ้สเตียรอยด์อาการ #หน้าแพ้สารpantip #ครีมขาว

สเตียรอยด์ (Steroid)

“สเตียรอยด์” เป็นฮอร์โมนธรรมชาติชนิดหนึ่งที่ร่างกายของเราผลิตได้เอง โดยสั่งงานจากสมองส่วนกลางลงมายังต่อมใต้สมองซึ่ง ควบคุมต่อมหมวกไต(Adrenal cortex steroids) ให้ผลิตในปริมาณพอเหมาะ เพื่อควบคุมความสมดุลของร่างกายทั้งสภาวะเมตาบอลิซึม ลดภาวะการอักเสบของเนื้อเยื่อ อวัยวะและเซลล์ต่างๆเมื่อมีภาวะเครียดทางกายและทางใจ เช่นมีภาวะวิกฤติฉุกเฉิน มีการติดเชื้อ ร่างกายจะสร้างสเตียรอยด์ในปริมาณที่สูงขึ้นหลายเท่าเพื่อพยุงชีวิต และจำกัดการอักเสบให้ไม่รุนแรงเกินไป จะคอยควบคุมให้ร่างกายมีความทนทาน คงความดันโลหิต คุมการอักเสบอยู่จนกระทั่งมีการรักษาด้วยระบบในร่างกายเองหรือได้รับยาฆ่าเชื้อโรค

ต่อมหมวกไตนี้จะสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย ถูกสร้างขึ้นจากสารตั้งต้นที่เรียกว่า คอเลสเตอรอล (Cholesterol)ซึ่งสเตียรอยด์ที่ถูกสร้างขึ้น มีหลักๆ 2 ชนิด คือ Cortisol และ Aldosterone  ซึ่ง Cortisol ถูกสร้างวันละประมาณ 20 -30 มิลลิกรัมถูกหลั่งออกซึ่งจะมากหนือน้อยต่างกันตามช่วงเวลา โดยจะถูกสร้างสูงสุดตอนตื่นนอน และต่ำสุดตอนหลับ เรียกว่า “Diurnal Pattern”  ขณะออกกำลังกาย ภาวะที่ร่างกายมีความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า มีบาดแผล ได้รับการผ่าตัด ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ร่างกายจะหลั่ง Cortisol มากขึ้นเพื่อควบคุมสภาวะเมตาบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผลต่อความสมดุลของเกลือแร่ อิเล็กโทรไลต์ และน้ำ บรรเทาการอักเสบ

เนื่องจากมีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกัน ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ผลต่อการเจริญเติบโต การแบ่งเซลล์ กล้ามเนื้อ กระดูก ดังที่กล่าวมาจะ พบว่าสเตียรอยด์ที่ร่างกายสร้างเองมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก ร่างกายไม่สามารถขาดสเตียรอยด์ได้เลย

ประโยชน์ของสเตียรอยด์

ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น  สเตียรอยด์จึงถูกสร้างขึ้นใช้ทางการแพทย์ประมาณห้าสิบปีก่อน สเตียรอยด์เป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นจากต้นแบบ Cortisol มนุษย์เราได้พัฒนาความแรงของ Cortisol เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและมีฤทธิ์เฉพาะเจาะจงกับโรคบางอย่างที่ต้องการมากขึ้น การผลิตสเตียรอยด์ใช้เพื่อเป็นยาแผนปัจจุบันเพื่อใช้ประโยชน์ในการรักษาโรค รวมถึงใช้ทดแทนในกรณีที่ร่างกายไม่สามารถสร้างฮอร์โมนดังกล่าวได้เอง โดยยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์นี้ กฎหมายกำหนดให้เป็นยาควบคุมพิเศษ เนื่องจากมีความเป็นพิษสูง และเป็นอันตราย และต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้สั่งจ่ายยาให้เท่านั้น

สเตียรอยด์ เป็นชื่อเรียกโดยย่อของกลุ่มยาที่มีชื่อเต็มว่า corticosteroid ยากลุ่มนี้มีฤทธิ์และข้อบ่งใช้มากมาย สามารถใช้ในโรคหรือภาวะต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย 

ยาสเตียรอยด์ส่วนใหญ่ทำงานโดยการปิดการอักเสบและระงับเซลล์ภูมิคุ้มกันในผิวหนัง เพื่อให้ได้คุณสมบัติรักษาการอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการใช้สเตียรอยด์ในการรักษาทางการแพทย์ในประมาณเหมาะสมในระยะเวลาจำกัด จะสามารถช่วยบรรเทาอาการที่เกิดจากโรคต่าง ๆ เช่น อาการปวดในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือการอักเสบของผิวหนัง เช่น โรคข้ออักเสบ โรคหอบหืด โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน เช่น โรคภูมิแพ้ตัวเอง โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis) รักษาปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง เช่น ผิวหนังอักเสบ ผื่น และในบางกรณีสารดังกล่าวยังถูกใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็งบางชนิดควบคู่ไปกับการรักษาหลักด้วย

ในกรณีฉุกเฉินที่ผู้ป่วยเกิดการอักเสบรุนแรงจนส่งผลต่ออวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ยาสเตียรอยด์ถือเป็นตัวยาสำคัญที่แพทย์ใช้เพื่อช่วยรักษาการอักเสบ และในหลาย ๆ กรณีก็ยังช่วยชีวิตผู้ป่วยได้อีกด้วย

ทว่าในปัจจุบันมีการนำสารสเตียรอยด์ไปใช้อย่างผิดวิธี มักพบบ่อยคือการนำไปใช้เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และเสริมสมรรถภาพให้นักกีฬา ซึ่งถือว่าผิดกฎในวงการกีฬา และยังนำมาใช้ทำให้ผิวขาวอีกด้วยซึ่งยากลุ่มนี้ถูกรู้จักมากที่สุดจากผลด้านลบ ทำให้หลายคนกลัวและปฏิเสธที่จะใช้ยากลุ่มนี้#ผิวแพ้สาร #ผิวติดสาร #ถอนสเตียรอยด์ #หน้าแพ้สารเคมี #หน้าแพ้สารทำไงดี #หน้าแพ้สเตียรอยด์อาการ #หน้าแพ้สารpantip #ครีมขาว

ประเภทของยาสเตียรอยด์

ยากลุ่มสเตียรอยด์ เช่น Hydrocortisone, Prednisolone, Triamcinolone, Fluocinolone, Betamethasone, Clobetasol, Desoximetasone, Prednicarbate, Mometasone, Beclomethasone, Budesonide, Dexamethason etc.

ยาสเตียรอยด์ แบ่งตามรูปแบบของการใช้มี 2 ประเภท คือ

1.แบบใช้ภายนอก ยาทาเฉพาะที่  เช่น ครีมทา ยาหยอดตา ยาหยอดหู

2.แบบกินและฉีด เช่น ยาเม็ด ยาน้ำ ยาสูด ยาฉีด และยาที่ให้ทางหลอดเลือด

การใช้สเตียรอยด์บนผิวหน้าที่อ่อนบางควรหลีกเลี่ยง หากได้รับยาที่มีส่วนผสมสเตียรอยด์ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ใช้เฉพาะที่จำกัดบริเวณใช้ในขนาดน้อยๆ เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆจำกัดเวลาใช้ตามที่แพทย์แนะนำ มักไม่เกิดอาการแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียง แต่ถ้าใช้ยาในขนาดที่สูง หรือต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก่อให้เกิดผลเสียที่รุนแรงหลายประการด้วยกัน  เช่น

  • ติดเชื้อโรค
  • เบาหวาน
  • บวมและความดันโลหิตสูง
  • กระดูกพรุน
  • แผลในทางเดินอาหาร
  • ผิวหนังเหี่ยวย่น บาง แตกลาย เป็นสิว หรือผื่น
  • ตาเป็นต้อ
  • ต่อมหมวกไตทำงานผิดปกติ

แหล่งที่จะได้รับสารสเตียรอยด์

1 แพทย์แผนปัจจุบัน เป็นผู้รักษาและจ่ายยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ในผลิตภัณฑ์ต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นแบบทา ฉีด และรับประทาน

2 ยาแผนโบราณ แคปซูลสมุนไพร ยาชุด ยาลูกกลอน ยาสูตรสมุนไพร ยาต้ม ยาหม้อสรรพคุณครอบจักรวาล บางยี่ห้อจะแอบลักลอบใส่เพื่อใช้อวดอ้างสรรพคุณให้เห็นผลเร็ว

3 อาหารเสริมหรือเครื่องสำอาง ลักลอบใส่สารเพื่อให้เห็นผลไวเป็นที่นิยมเพื่อเร่งการทำการตลาดและติดยี่ห้อนั้น เช่น อาหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ครีมบำรุง ครีมหน้าใส ครีมทาฝ้า ครีมกันแดด ยาแต้มสิวต่างๆ

สเตียรอยด์ในการรักษาสิว

ในปัจจุบันมีการใช้ยาสเตียรอยด์เพิ่มขึ้นอย่างแพร่หลายเนื่องจากสเตียรอยด์มีคุณสมบัติในการลดการอักเสบ โรคผิวหนังมากกว่า 50% ต้องใช้ยาสเตียรอยด์ร่วมในการรักษาและในปัจจุบันในการรักษาสิวซึ่งเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด ได้มีการนำสารสเตียรอยด์มาใช้อย่างพร่ำเพรื่อมากขึ้นเป็นอย่างมาก เพื่อใช้กดระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อลดการอักเสบ จึงทำให้สิวหรือผดผื่นหายไวมากทั้งพบอยู่ในรูปของยาฉีดสิว ยาทาแก้สิวผด ครีมขี้ผึ้ง ยาโลชั่น ซึ่งการใช้สเตียรอยด์ติดต่อกันนี้เองทำให้มีปัญหาผลข้างเคียงของยาตามมา

สเตียรอยด์ที่ทำให้ผิวหน้าขาว

กลไกลที่ทำให้ผิวขาวของเสตียรอยด์ เนื่องจากมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างสารเคมีสื่อกลาง(mediators) เช่น โพรสตาแกรนดิน(prostaglandin) และลิวโคไตรอีน(leukotriene) ที่ใช้ในการการสร้างเม็ดสี (melanin) ทำให้ปริมาณเม็ดสีลดลงส่งผลให้ผิวขาวขึ้น สเตียรอยด์เป็นสารที่ห้ามใส่ในเครื่องสำอาง มักใช้เป็นสูตรผสมกับยาตัวอื่น เช่น ไฮโดรควิโนน หรือ เรตินอยด์ในการรักษา ฝ้า กระ และจุดด่างดำ เสตียรอยด์ช่วยในการเสริมฤทธิ์ กดภูมิ และช่วยลดการแสดงออกของอาการข้างเคียงของไฮโดรควิโนน และ เรตินอยด์

สเตียรอยด์ทำให้ผิวสวยใสไว…ผิวเสียนาน

ผลลัพธ์ในช่วงแรกเป็นที่พึงปรารถนา คือ หน้าใส เนียน ขาว ไร้สิวทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ แต่ผลลัพธ์นี้เกิดเพียงชั่วคราว เนื่องจากกลไกการออกฤทธิ์โดย สเตียรอยด์จะไปกดระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างได้เองหยุดทำงานทำให้เราติดเชื้อได้ง่าย เช่นเชื้อราขึ้นได้ ผิวหนังจะหยุดการแบ่งเซลล์ของทำให้ผิวหนังบางลง ที่แย่กว่านั้น คือทำให้เส้นใยคอลลาเจนในชั้นหนังแท้บางลงไปด้วย จะเห็นได้ว่าคนที่ใช้ไปนานๆ หรือใช้บ่อย หรือใช้ในระดับความเข้มข้นสูงๆ ผิวจะบางหรือแตกลาย ทำให้เส้นเลือดฝอยขยายแตกออก ผิวและรูขุมขนถูกทำลายจะอ่อนแอลงไม่แข็งแรงโดนอะไรนิดหน่อยเลือดออกได้ง่าย การเกิดผลข้างเคียงได้ทุกรูปแบบตามมาจากที่กล่าวมาแล้ว

วิธีดู สิวสเตียรอยด์ และสิวปกติ

ระยะเวลาในการแสดงอาการอาจสังเกตุได้ทั้งระหว่างที่ใช้ หรือหลังจากใช้ เป็นสัปดาห์ เป็นเดือน หรือบางรายก็เป็นปีก็ได้ ลองสังเกตุว่าหลังการใช้เครื่องสำอางประมาณ 2-4 สัปดาห์ ถ้ามีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ฤทธิ์ของสเตียรอยด์จะทำให้ผิวเกิดผดผื่นได้ง่าย เป็นสิวผด เป็นปื้นๆ ผิวแดง มีอาการคัน ผิวบางและแพ้ง่าย สิวเกิดเป็นเม็ดแดงๆ ขึ้นกระจายทั่วใบหน้าหรือเป็นกระจุกบริเวณใดบริเวณหนึ่ง แต่จะขึ้นมากบริเวณที่ทาครีมหรือยาที่มีสเตียรอยด์ เกิดสิวอุดตัน หลังหยุดใช้สเตียรอยด์ ผิวจะดูเหี่ยวเร็ว เพราะสเตียรอยด์จะเข้าทำลายกระบวนการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้หน้าหมองคล้ำได้ เนื่องจากผิวเสียความชุ่มชื้น เกิดรอยแตก รอยแยกบนผิวหนัง เส้นเลือดใต้ผิวหนังผิดปกติ ทำให้มีอาการหน้าแดงอยู่ตลอดเวลา ผิวหนังจะมีสีจางลง หากใช้เป็นเวลานาน ทำให้เกิดด่างขาวถาวร

#ผิวแพ้สาร #ผิวติดสาร #ถอนสเตียรอยด์ #หน้าแพ้สารเคมี #หน้าแพ้สารทำไงดี #หน้าแพ้สเตียรอยด์อาการ #หน้าแพ้สารpantip #ครีมขาว

สิวสเตียรอยด์จะมีลักษณะเฉพาะ ลักษณะของสิวเม็ดจะมีหน้าตาเหมือนๆกัน และมีขนาดใกล้ๆกันเกิดเต็มหน้าหรือเกิดบริเวณที่เราทายานั้นๆ และอาจมีอาการคันแสบ

#ผิวแพ้สาร #ผิวติดสาร #ถอนสเตียรอยด์ #หน้าแพ้สารเคมี #หน้าแพ้สารทำไงดี #หน้าแพ้สเตียรอยด์อาการ #หน้าแพ้สารpantip #ครีมขาว

สิวปกติ จะมีลักษณะหน้าตาต่างกัน เช่นสิวหัวดำ หัวขาว สิวอักเสบเริ่มแรกหรืออักเสบเต็มที่ซึ่งมีขนาดหรือชนิดปะปนกันตามระยะของการเกิดสิว

#ผิวแพ้สาร #ผิวติดสาร #ถอนสเตียรอยด์ #หน้าแพ้สารเคมี #หน้าแพ้สารทำไงดี #หน้าแพ้สเตียรอยด์อาการ #หน้าแพ้สารpantip #ครีมขาว

อาการของผิวติดสเตียรอยด์

1 ผิวซีด ด่างขาว (Hypopigmentation)
สเตียรอยด์มีฤทธิ์ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีมีขนาดเล็กฝ่อลง การผลิตเม็ดสีลดลง เมื่อเม็ดสีมีปริมาณลดลง สีผิวจึงขาว คนที่เป็นฝ้ากระใช้หน้าก็เลยใส แต่หลังหยุดใช้สีผิวก็จะกลับไปคล้ำเหมือนเดิม

2.  ผิวแตกลาย  (Straie, rubrae distensae)
สเตียรอยด์ทำให้เกิดการอักเสบและการบวมของชั้นหนังแท้ เกิดเป็นแผลและมีการสร้างคอลลาเจนตามแนวแผล กลายเป็นรอยนูนมองเห็นจากด้านนอก  ผิวแตกลายจากสเตียรอยด์จะมีลักษณะเฉพาะคือมีสีแดง ในบางคนอาจรู้สึกเจ็บ เป็นแล้วถาวร ไม่หาย  ต่างจากรอยแตกจากความอ้วน การตั้งครรภ์ที่สีจะซีดขาว และจางลงได้เมื่อเวลาผ่านไป

3. เส้นเลือดฝอยขยาย (Telangiectasia)
สเตียรอยด์มีฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัวแตก เกิดเป็นปื้นแดงได้ (ฝ้าเลือด) สเตอรอยด์ยังไปทำลายเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินรอบเส้นเลือดที่อยู่ใต้ผิวหนัง จนเกิดการหลวมตัว เส้นเลือดจึงแทรกผ่านชั้นผิวหนังขึ้นมาและมองเห็นชัดด้วยตาเปล่า หน้าบางลงจนใสจนมองเห็นเส้นเลือดได้

4.  ขนยาวผิดปกติ (Hypertrichosis)
สเตียรอยด์ กระตุ้นการเจริญเติบโตของขนอ่อน (vellus hair) ยังไม่ทราบกลไกที่แน่ชัด ผลข้างเคียงนี้มักพบกับสเตอรอยด์ชนิดรับประทาน

5. อาการผิวหนังฝ่อ  (atrophy) เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย เกิดจากสเตอรอยด์ไปทำลายเซลล์ fibroblast ในชั้นหนังแท้ ทำให้การผลิตคอลลาเจนและสารจำพวก mucopolysaccharides ลดลง ผิวหนังจึงฝ่อเหี่ยว ลีบบางลง ด้วยกลไกนี้จึงมีการฉีดสเตอรอยด์กับแผลเป็นนูน (Keloid) เพื่อให้แผลยุบลง

#ผิวแพ้สาร #ผิวติดสาร #ถอนสเตียรอยด์ #หน้าแพ้สารเคมี #หน้าแพ้สารทำไงดี #หน้าแพ้สเตียรอยด์อาการ #หน้าแพ้สารpantip

วิธีหยุดใช้สเตียรอยด์

แบ่งเป็น 2 ระยะ

1 สิวที่เกิดจากสเตียรอยด์ ไม่ว่าจะมาจากการรับประทานอาหารเสริม หรือการทาครีมต่างๆ แล้วเกิดสิวสเตียรอยด์ขึ้น  โดยทั่วไปเมื่อหยุดทาน หรือทา สเตียรอยด์ ดูแลสุขภาพผิว เลี่ยงปัจจัยกระตุ้นต่างๆ ผิวก็มักจะค่อยๆกลับสู่ปกติใน 1-2เดือน

2 ภาวะผิวติดสเตียรอยด์ ซึ่งอาการและการรักษาจะต่างจากข้อแรก มักจะเกิดจากทาสเตียรอยด์ไปเรื่อยๆตอนใช้ผิวก็จะดีขึ้นอย่างรวดเร็วแต่เมื่อหยุดใช้หรือใช้ไประยะหนึ่งอาการของผิวติดสเตียรอยด์จะแสดงออกมาทันที เช่น ผิวหน้าเปลี่ยนเป็นเม็ดผดผื่นผิวสากๆ ภาวะผิวติดสเตียรอยด์นี้เซลล์ผิวจะอ่อนแอบางลงไม่แข็งแรง การรักษาจำเป็นจะต้องได้รับมอยเจอร์ไรเซอร์พิเศษเพื่อให้ผิวค่อยๆแข็งแรงขึ้น กรณีที่ถอนสเตียรอยด์ด้วยตัวเอง ไม่ว่าการหักดิบหรือค่อยๆถอนสเตียรอยด์ลงเรื่อยๆ เป็นเรื่องที่ท้าทายจิตใจมากเพราะต้องใช้ทั้ง ความอดทน และมีวินัยในการรักษาเพราะในช่วงแรกๆที่หยุดใช้ หน้าจะมีตุ่มแดง ผดผื่นคัน หน้าแดง สิวเห่อเต็มหน้าโดยอาจต้องใช้เวลา 3เดือนขึ้นไป หากกังวลควรพบแพทย์ผิวหนังตั้งแต่เกิดภาวะดังกล่าว

จะรู้ได้อย่างไร? ว่าครีมที่ใช้มีสเตียรอยด์

  1. ใช้ชุดทดสอบ ทั้งนี้ตรวจสอบเฉพาะครีมที่ผสม dexamethasones หรือ prednisoloneเนื่องจากการแพ้ปกติของร่างกาย เกิดขึ้นจากภูมิคุ้มกันของร่างกายไปต่อต้านส่วนผสมบางอย่างในครีมจึงเกิดอาการแพ้ขึ้น แต่สารสเตียรอยด์มีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกัน ดังนั้น ขณะทดสอบการแพ้ครีมที่แอบใส่สเตียรอยด์กับผิว ผู้ใช้จะไม่รู้สึกแพ้ จึงต้องใช้ชุดทดสอบสารดังกล่าว

2. หรือวิธีสังเกตด้วยตนเองอีกวิธีคือ เกิดผื่นแพ้ขึ้นในขณะที่ใช้ครีมนั้นแนะนำให้หยุดใช้ทันทีอย่าเสียดายหรือลังเลที่จะใช้ต่อ  หรือ สังเกตุครีมที่ใช้แล้วเห็นผลไวเกินไปชั่ว        ข้ามคืนหรือใน2-3วันให้ลองหยุดใช้ ถ้าหยุดใช้แล้วมีอาการ

  • หน้าเป็นตุ่มแดง นูนขึ้นมา มักมีขนาดเท่าๆกัน
  • ผิวหนังแพ้ง่ายขึ้นมากๆ จากผิวปกติ กลับเป็นผิวแพ้ง่าย ใช้อะไรก็ไม่ได้เลย แม้แต่เจอฝุ่น หรือแสงแดดก็แสบคันแดง
  • มีผดผื่น แสบปวดหรือตุ่มแดงๆ มีสิวผดผื่น หรือสิวอักเสบเห่อขึ้นทั่วหน้า 
  • ผิวบางลงอย่างเห็นได้ชัด บางคนอาจมองเห็นเส้นเลือด
  • หน้าไวต่อแสง ระคายเคืองง่าย  โดยเฉพาะเมื่อถูกแสงแดด จะแดงขึ้นเหมือนผิวอักเสบเป็นวงๆ
  • มีเส้นเลือดฝอยแดงที่หน้า
  • ผิวดูคล้ำสีเข้มขึ้น แห้งระคายเคืองมีริ้วรอย

เป็นอาการของ ผิวติดสเตียรอยด์ และอาการถอนยา วิธีการรักษาอาการติดสเตียรอยด์ที่ดีที่สุด ก็คือการหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารสเตียรอยด์ (ยกเว้นในคนทีต้องใช้สเตียรอยด์เพื่อรักษาโรคอื่นๆ ) จริงๆแล้วควรหลีกเลี่ยงการใช้ส่วนผสมสเตียรอยด์บนใบหน้าให้มากที่สุด ทั้งการทาและการฉีด(สิว) เนื่องจากมีความเข้มข้นและเป็นพิษสูง หากผิวติดสเตียรอยด์จะหายยาก แต่รักษาให้หายขาดได้ ขอเพียงมีความกล้า ความอดทน และมีวินัยขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ประสบปัญหาผิวติดสเตียรอยด์ทุกท่านนะคะ

#ผิวแพ้สาร #ผิวติดสาร #ถอนสเตียรอยด์ #หน้าแพ้สารเคมี #หน้าแพ้สารทำไงดี #หน้าแพ้สเตียรอยด์อาการ #หน้าแพ้สารpantip

 

 

 

 

error: Content is protected contact admin!!