อนามัยโลกเปลี่ยนชื่อB.1.1.529 เป็น “Omicron” โควิดพันธุ์ใหม่น่ากังวลในแอฟริกา

ประเด็นสำคัญ

  • สถาบันโรคติดต่อของแอฟริกาใต้รายงานยืนยันการพบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ B.1.1.529
  • สายพันธุ์ใหม่นี้ พบว่า มีการกลายพันธุ์ในหลายตำแหน่ง และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อระบาดและความรุนแรงของโรค
  • ผลการตรวจสอบ ยืนยันเริ่มพบผู้ป่วยในหลายประเทศแล้ว และผู้ป่วยบางรายมีประวัติได้รับวัคซีนครบถ้วน ทั้ง 2 โดส และ 3 โดส
  • จากการตรวจสอบในกัวเต็ง, แอฟริกาใต้ พบการระบาดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่พบในพื้นที่
  • เนื่องจากเป็นการค้นพบใหม่ จึงยังต้องรอผลการศึกษาที่เพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง
  • ผลการประชุมขององค์การอนามัยโลก ถูกจัดให้เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล หรือ Variant of Concern

ไทม์ไลน์การค้นพบสายพันธุ์กลายพันธุ์ B.1.1.529

  • 14 – 16 พ.ย. 64 :
    มีการสุ่มเก็บตัวอย่างจากผู้ติดเชื้อในพื้นที่
  • 23 พ.ย. 64 :
    มีรายงานการพบสายพันธุ์ใหม่จากตัวอย่างในรายงานของสถาบันโรคติดต่อแห่งชาติ หรือ NICD ของแอฟริกา หลังผลการตรวจสอบตัวอย่างมีความต่างจากเชื้อสายพันธุ์อื่น ๆ นำไปสู่การเรียกประชุมหน่วยงานในแอฟริกาใต้ถึงการพบในครั้งนี้
  • 24 พ.ย. 64 :
    มีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งถึงผลแล็บที่ได้จากการตรวจสอบเชื้อพบการเปลี่ยนแปลงจีโนมในหลายจุดที่บ่งบอกว่า เป็นสายพันธุ์ใหม่ และมีความน่ากังวล
  • 25 พ.ย. 64 :
    สถาบัน NICD รายงานต่อกระทรวงสาธารณสุขของแอฟริกาใต้ ในการแถลงการค้นพบครั้งนี้
  • 26 พ.ย. 64 :
    องค์การอนามัยโลก กำหนดชื่อให้ B.1.1.529 ว่า Omicron (โอไมครอน) และยกระดับให้เป็นสายพันธุ์น่ากังวล (Variant of Concern หรือ VOC) เพื่อให้ทั่วโลกช่วยกันรายงาน ตรวจสอบ เพื่อรับมือได้เร็วขึ้น

B.1.1.529 ระบาดเร็วแค่ไหน

สำหรับจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในสายพันธุ์กลายพันธุ์ B.1.1.529 ที่พบในขณะนี้ ยืนยันแล้ว คือ

  • กัวเต็ง, แอฟริกาใต้ 77 ราย
  • บอทสะวันนา 6 ราย
  • ฮ่องกง 2 ราย
  • อิสราเอล 2 ราย
  • เบลเยียม 1 ราย

ในขณะที่รายงานของแอฟริกาใต้พบว่า ในช่วงเวลานั้น ๆ สายพันธุ์ Omicron (โอไมครอน) ใหม่นี้ ได้กลายเป็นสายพันธุ์หลักในการระบาดในพื้นที่ไปแล้ว ในเวลาไม่กี่วันเท่านั้น ในพื้นที่ของกัวเต็ง, แอฟริกาใต้เพียงไม่กี่วัน

ซึ่งความสามารถในการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วนี้ สร้างความกังวลใจให้กับนักระบาดวิทยา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก โดยเชื้อในสายพันธุ์นี้ กำลังเข้าระบาดและกลายเป็นสายพันธุ์หลักใพื้นที่การระบาดแล้ว เพียงระยะเวลาไม่กี่วันเท่านั้น

(ที่มา – Tulio de Oliveira, Director of CERI: Centre for Epidemic Response & innovation, South Africa)

เคสผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์ B.1.1.529 ในฮ่องกง

โดยสำหรับเคสผู้ป่วยที่พบที่ฮ่องกงนั้น เป็นชาย

 อายุ 36 ปี เดินทางมาจากแอฟริกาใต้ โดยสายการบิน Qatar Airline เที่ยวบินที่ QR818 ถึงฮ่องกงเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 64 ผลการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ก่อนการเดินทางผลไม่พบเชื้อ

เมื่อเดินทางมาถึงผู้ป่วยรายนี้ “ไม่มีอาการป่วย” แต่จำเป็นต้องเข้ารับการกักตัวในสถานที่กักตัว จนกระทั่งมีการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ครั้งที่ 2 จึงตรวจพบการติดเชื้อ ในวันที่ 13 พ.ย. หรือราว 2 วันหลังจากที่การกักตัว (Ct. 18)

ในผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ป่วยรายนี้ มีประวัติการได้รับวัคซีน Pfizer ครบ 2 โดสแล้ว โดยเข็มแรกเมื่อ 13 พ.ค. และ 4 มิ.ย. 64

นอกจากนี้ยังพบผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงแรมที่อยู่ห้องตรงข้ามกับที่กักตัวร่วมกับผู้ป่วยอายุ 62 ปีอีกหนึ่งราย ซึ่งเดินทางมาจากแคนาดา (ผลตรวจหาสายพันธุ์ยืนยัน – 26 พ.ย. 11.30 – Ct. 18) โดยในรายงานระบุว่า ผู้ป่วยที่เดินทางมาจากแอฟริกาใต้ มีการใช้หน้ากากอนามัยแบบมีวาล์ว และคาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดในโรงแรมที่ใช้กักตัวได้

เคสผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์กลายพันธุ์ B.1.1.529 ในบอตสวานา

ในประเทศบอตสวานา ที่มีรายงานผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์ Omicron (โอไมครอน)นี้จำนวน 4 ราย เป็นชาวต่างชาติทั้งหมด (ไม่ได้ระบุสัญชาติ) โดยพบผู้ป่วยเมื่อวันจันทร์ที่ 22 พ.ย. 64 ที่ผ่านมา โดยทั้ง 4 เคสนั้นเข้ารับการตรวจหาเชื้อ ก่อนการเดินทางออกจากประเทศ โดยผลการตรวจหาเชื้อพบว่า ผู้ป่วยทั้ง 4 รายติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งในภายหลังตรวจพบว่าเป็นสายพันธุ์ Omicron (โอไมครอน) B.1.1.529

โดยทั้ง 4 ราย มีประวัติในการเข้ารับวัคซีนครบถ้วนแล้วทั้ง 4 ราย และเดินทางเข้ามายังประเทศบอตสวานาเมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา และกำลังจะเดินทางกลับ จึงเข้ารับการตรวจหาเชื้อและพบเชื้อสายพันธุ์ Omicron (โอไมครอน) โดยทางบอตสวานา ได้ทำการตรวจหาเชื้อผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้ง 4 รายแล้ว ในขณะนี้ยังไม่พบการติดเชื้อในผู้สำผัสเสี่ยงสูงแต่อย่างใด และยังคงเฝ้าระวังติดตามต่อไป

เคสผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์ Omicron (โอไมครอน) ในเบลเยียม

ทางการเบลเยียมรายงานยืนยันการพบผู้ป่วยโควิด-19 ในสายพันธุ์นี้แล้ว 1 ราย ส่วนอีกหนึ่งรายนั้นพบว่า เป็นเชื้อในสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์ Omicron (โอไมครอน) ที่ยืนยันแล้วเป็นหญิง ที่เดินทางกลับมาจากท่องเที่ยวในประเทศอิยิปต์ผ่านมาทางตุรกี เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา

หลังจากที่เดินทางกลับมาถึงเบลเยี่ยม เริ่มมีอาการป่วยเล็กน้อย คล้ายกับอาการของไข้หวัด เมื่อวันจันทร์ที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา และตรวจพบว่าติดโควิด-19 ก่อนมาพบว่าติดเชื้อในสายพันธุ์กลายพันธุ์ B.1.1.529 นี้

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยรายนี้ ไม่มีประวัติการได้รับวัคซีนมาก่อนแต่อย่างใด

เคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ B.1.1.529 ในอิสราเอล

ในขณะนี้อิสราเอลรายงานยืนยันการพบผู้ป่วยสายพันธุ์กลายใหม่ใหม่นี้ จำนวน 1 รายเป็นผู้ที่เดนิทางกลับมาจากประเทศมาลาวี โดยตรวจพบติดเชื้อเมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา และรายงานยืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่นี้ เมื่อเช้าที่ผ่านมา ( 26 พ.ย.)

โดยผู้ป่วยรายนี้ และผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีก 2 ราย มีประวัติการได้รับวัคซีนแล้ว ประกอบไปด้วย

  • วัคซีน Pfizer 3 โดส 1 ราย (รายงานเบื้องต้นเป็นผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่)
  • วัคซีน AstraZeneca 2 โดส, Pfizer 1 โดส จำนวน 1 ราย
  • วัคซีน Johnson & Johnson จำนวน 1 ราย

การกลายพันธุ์และความสามารถที่ต้องกังวล

สิ่งที่พบในขณะนี้ พบว่า เชื้อสายพันธุ์กลายพันธุ์ B.1.1.529 นี้ มีการกลายพันธุ์ในหลายตำแหน่ง โดยรวมแล้ว 50 ตำแหน่ง และในจำนวนนี้ 32 ตำแหน่งเป็นการกลายพันธุ์ในส่วนที่เป็นโปรตีนหนามของเชื้อโควิด-19 (สายพันธุ์เดลต้ามีการกลายพันธุ์ในโปรตีนหนาม 16 ตำแหน่ง)

กังวลว่า อาจจะระบาดได้เร็วขึ้น

ซึ่งจากตำแหน่งที่มีการกลายพันธุ์นั้นทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า จะส่งผลต่อการระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อร่วมกับการระบาดที่เกิดขึ้นในแอฟริกาใต้แล้ว พบว่า สามารถกระจายได้อย่างรวดเร็วอย่างมาก ในเพียงระยะเวลาไม่นานก็ขึ้นเป็นครองพื้นที่แทนสายพันธุ์เดลต้า ที่มีการระบาดก่อนหน้านี้

ในหลาย ๆ เคสที่มีรายงานไม่ว่าจะเป็นที่ ฮ่องกง เบลเยียม พบว่า ผู้ป่วยมีปริมาณเชื้อในร่างกายที่ค่อนข้างสูง พบได้จากค่า Ct. ที่ค่อนข้างต่ำ ดังนั้นเมื่อปริมาณเชื้อมีเยอะ ความเสี่ยงในการแพร่เชื้อผ่านละอองฝอย-อากาศ มีสูงขึ้น

การติดเชื้อซ้ำ – เลี่ยงภูมิ

ซึ่งจากตำแหน่งของการกลายพันธุ์นั้นพบว่า ในหลายตำแหน่ง เคยพบมาแล้วในเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอัลฟา เบต้า เดลตา ทำให้สิ่งทีนักวิทยาศาสตร์เรียนรู้ก็คือความสามารถของไวรัสอื่น ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น

  • การติดเชื้อซ้ำ สำหรับผู้ที่ติดเชื้อในสายพันธุ์อื่นก่อนหน้านี้
  • หลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น
  • อื่น ๆ ที่ยังไม่รู้ในขณะนี้

ตำแหน่งที่มีการกลายพันธุ์ในเชื้อสายพันธุ์ Omicron เมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น ๆ ก่อนหน้านี้

ประสิทธิภาพวัคซีน

ความกังวลอีกส่วนหนึ่ง คือการที่ไวรัสจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีการใช้งานกันอยู่ในขณะนี้ ซึ่งในขณะนี้ ทางทีมนักวิจัยยังคงเร่งในการศึกษาเพิ่มเติมและทดสอบว่า ไวรัสกลายพันธุ์ในสายพันธุ์นี้ สามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน หรือจะมีผลต่อการลดประสิทธิภาพของวัคซีนหรือไม่ โดยในขณะนี้อยู่ในระหว่างการสร้างแบบจำลองในคอมพิวเตอร์เพื่อข้อมูลดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลดังกล่าวไม่เกิน 2 สัปดาห์

ซึ่งนักวิจัยส่วนใหญ่มีความกังวลต่อการกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจาก เชื้อกลายพันธุ์ใหม่ B.1.1.529 ต่างไปจากเชื้อไวรัสต้นกำเนิดที่พบครั้งแรกในประเทศจีนไปโดยสิ้นเชิง และมีแนวโน้มว่า การกลายพันธุ์ที่จะเกิดขึ้นนั้น มีหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหลบหนีภูมิคุ้มกันของมนุษย์หลายจุด โดยเฉพาะ E484, G446, K417 และ Q493

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยรายนี้ ไม่มีประวัติการได้รับวัคซีนมาก่อนแต่อย่างใด

เคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ B.1.1.529 ในอิสราเอล

ในขณะนี้อิสราเอลรายงานยืนยันการพบผู้ป่วยสายพันธุ์กลายใหม่ใหม่นี้ จำนวน 1 รายเป็นผู้ที่เดนิทางกลับมาจากประเทศมาลาวี โดยตรวจพบติดเชื้อเมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา และรายงานยืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่นี้ เมื่อเช้าที่ผ่านมา ( 26 พ.ย.)

โดยผู้ป่วยรายนี้ และผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีก 2 ราย มีประวัติการได้รับวัคซีนแล้ว ประกอบไปด้วย

  • วัคซีน Pfizer 3 โดส 1 ราย (รายงานเบื้องต้นเป็นผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่)
  • วัคซีน AstraZeneca 2 โดส, Pfizer 1 โดส จำนวน 1 ราย
  • วัคซีน Johnson & Johnson จำนวน 1 ราย

โดยในขณะนี้ ผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ ๆ กำลังเร่งดำเนินการศึกษา และวิจัย เพื่อพัฒนาวัคซีนให้สามารถรับมือกับเชื้อสายพันธุ์ใหม่ โอไมครอนนี้ให้ได้เร็วที่สุด

Moderna

จากกรณีการพบการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์กลายพันธุ์ชนิดใหม่ B.1.1.529 (Omicron) ในขณะนี้ โมเดอร์น่าอยู่ในระหว่างการทดสอบวัคซีนกับเชื้อในสายพันธุ์ดังกล่าว ซึ่งคาดว่าผลการทดสอบจะออกมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ โดยโมเดอร์น่าจะมีการทดสอบคือ

  • การเสริมตัวยาที่ขนาด 100 ไมโครกรัมว่าจะป้องกันเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนนี้ได้หรือไม่
  • การเพิ่มตัวกระตุ้นแบบหลายแอนติเจน 2 ชนิด
  • ค้นคว้าวัคซีนกระตุ้นสำหรับเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนเป็นการเฉพาะ

Pfizer

ในขณะนี้ไฟเซอร์ระบุว่า ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ชื่อ omicron นื้แล้วเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับเชื้อชนิดใหม่นี้ โดยคาดว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมและความคืบหน้าในอีกราว 2 สัปดาห์ข้างหน้า

ซึ่งหากได้ผลความคืบหน้าจะใช้เวลาอีกราว 6 สัปดาห์ในการปรับสูตรวัคซีนและจัดส่งวัคซีนรุ่นใหม่ได้ภายใน 100วัน

AstraZeneca

ระบุว่า ในขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับสายพันธุ์กลายพันธุ์ใหม่นี้อยู่ในประเทศบอตสวานา และเอสวาตินี

Johnson & Johnson

ระบุว่า ในขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาและเฝ้าติดตามการทำงานของโปรตีนในเชื้อไวรัสโควิด-19ในสายพันธุ์ใหม่ B.1.1.529 นี้ เพื่อที่จะเร่งทดสอบประสิทธิภาพกับวัคซีน

ระดับความรุนแรงของเชื้อ B.1.1.529

สำหรับการพบการระบาดในสายพันธุ์กลายพันธุ์ชนิดใหม่นี้ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า เชื้อกลายพันธุ์ B.1.1.529 นี้ มีความรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ หรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลมากพอที่จะให้สรุปในสิ่งที่เกิดขึ้น

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ระหว่าง B.1.1.529 กับ HIV 

จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์กลายพันธุ์ชนิดใหม่ B.1.1.529 หรือ Omicron (โอไมครอน) เกิดจากการกลายพันธุ์ระหว่างเชื้อโควิด-19 และเชื้อ HIV นั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงกระแสข่าวที่คลาดเคลื่อนและไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

บอตสวานายืนยืน “ไม่มีผู้ป่วย HIV รายใดติดโควิด B.1.1.529”

จากแถลงการณ์ของทางการบอตสวานา ระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริงแต่อย่างใด ไม่มีผู้ป่วย HIV ที่พบว่ามีการติดเชื้อโควิด-19 ในสายพันธุ์กลายพันธุ์ชนิดใหม่ในขณะนี้ และยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนโรคต่อไป

นอกจากนี้ ในผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนในบอตสวานาทั้ง 4 รายนั้น เป็นผู้ที่เดินทางเข้ามายังบอตสวานา และกำลังจะเดินทางกลับประเทศ ทำให้ต้องมีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และตรวจพบเชื้อในสายพันธุ์ดังกล่าว

ในขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อสังเกตุ

สำหรับกรณีข่าวที่ใกล้เคียงมากที่สุด น่าจะเป็น ข้อสังเกต-สันนิษฐาน ของนักไวรัสวิทยา ว่ามีความเป็นไปได้ที่เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์กลายพันธุ์โอไมครอน หรือ B.1.1.529 นี้ จะเกิดจากการ “ฟักตัว” ในผู้ป่วย HIV/Aids ที่ไม่ได้รับการรักษา เนื่องจากการกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นไม่เหมือนการที่เป็นการกลายพันธุ์ตามปรกติ เหมือนเช่นที่พบในสายพันธุ์กลายพันธุ์์อื่น ๆ

ซึ่งหมายความว่า “เชื้อโควิด-19” ไม่ได้มีการพัฒนา หรือ วิวัฒนาการ หรือ กลายพันธุ์ “ร่วมกับเชื้อ HIV” แต่อย่างใด แต่หมายถึงการที่ “อาจจะฟักตัว” หรือ “เติบโต” ในผู้ป่วย HIV ที่มีระดับภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ ทำให้กลายเป็นสามารถ “พัฒนาตัวเอง” ได้เร็วขึ้นกว่าปรกติ

เนื่องจากเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา มีรายงานการพบผู้ป่วย HIV รายหนึ่ง ได้รับเชื้อโควิด-19 และมีอาการป่วยอยู่ราว 7 เดือน เนื่องจากการรักษาที่ไม่ดีพอ และส่งผลให้เชื้อโควิด-19 ในร่างกายของผู้ป่วยรายนี้ มีการกลายพันธุ์มากถึง 32 ครั้งในช่วง 6 เดือน ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงผิวของโปรตีน และการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม โดยมีการกลายพันธุ์ร่วมระหว่าง โควิด-19 ในสายพันธุ์อัลฟ่า และ สายพันธุ์เบต้าด้วย

สรุป – ไม่ได้เป็นการกลายพันธุ์ร่วมกัน แต่สันนิษฐานว่า เป็นการเติบโตในร่างกายของผู้ป่วย HIV ที่ส่งผลให้ตัวเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ได้มากกว่าปรกตินั่นเอง

การดำเนินการในต่างประเทศ

หลังจากที่มีรายงานผลการพบเชื้อในสายพันธุ์กลายพันธุ์ใหม่ B.1.1.529 นี้ ทำให้หลายประเทศเริ่มยกระดับมาตรการควบคุมการเดินทางของกลุ่มผู้ที่มาจากประเทศแอฟริกาใต้แล้ว

สหรัฐอเมริกา  ประธานาธิบดีโจ ไบเดนสั่งห้ามการเดินทางจากแอฟริกาใต้และอีก 7 ประเทศ ได้แก่ บอตสวานา ซิมบับเว นามิเบีย เลโซโท เอสวาตินี โมซัมบิก และมาลาวี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.นี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ แคนาดา สหภาพยุโรป ไอร์แลนด์ อังกฤษ อิสราเอล ออสเตรเลีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศ ได้สั่งห้ามการเดินทางจากแอฟริกาใต้และประเทศโดยรอบแล้วเช่นกัน

ด้านรัฐมนตรีสาธารณสุขแอฟริกาใต้ ระบุว่า การระงับการเดินทางจากแอฟริกาใต้ของหลายประเทศ ถือเป็นการกระทำที่ไม่ยุติธรรม หลังจากอังกฤษสั่งห้ามเที่ยวบินต่างๆ โดยไม่มีการหารือกับแอฟริกาใต้

ก่อนที่ประเทศอื่นๆ จะเดินหน้าประกาศมาตรการคล้ายๆ กันออกมา เพื่อป้องกันไวรัสสายพันธุ์ใหม่

ทางด้านขององค์การอนามัยโลก มีการเรียกประชุมในวันนี้ เพื่อรับมือกับการระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยคาดว่า สายพันธุ์นี้ จะได้รับการยกระดับและตั้งชื่อว่า Nu เป็นลำดับต่อจากสายพันธุ์ก่อนหน้านี้

ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ และนักวิจัยยังระบุว่า ในขณะนี้ยังคงห่างไกลที่จะสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นว่า เชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์ B.1.1.529 นี้จะมีผลอย่างไรบ้าง

มาตรการของไทย

กรมควบคุมโรคได้มีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสายการบินต่าง ๆ ไปโดยมีข้อกำหนดดังนี้

8 ประเทศที่มีการระบาด

ผู้ที่จะเดินทางมาจากประเทศบอตสวานา, เอสวาตินี, เลโซโธ, มาลาวี, โมซัมบิก, นามิเบีย, แอฟริกาใต้, ซิมบับเว ( 8 ประเทศ) มีการดำเนินการดังนี้

  • ไม่อนุญาตให้เข้าประเทศแล้ว เริ่มตั้งแต่วันที่1 ธ.ค. เป็นต้นไป
  • ไม่อนุญาตให้ลงทะเบียนเข้าประเทศในทุกช่องทางตั้งแต่วันนี้
  • ผู้ที่ได้รับอนุญาตก่อนหน้านี้ และจะเดินทางมาถึงไทยในระหว่างนี้จะมีการกักตัว 14 วันในทุกกรณี และไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมนอกน้องพักเด็ดขาด

นอกจากนี้ ยังได้ขยายกรอบการควบคุมโรคเพิ่มขึ้น สำหรับในทวีปแอฟริกาอื่น ๆ (ที่ไม่ใช่ 8 ประเทศด้านบน) จะมีการปรับรูปแบบการรับมือโดย

  • ไม่อนุญาตให้เดินทางเข้ามาในรูปแบบ Test & Go หรือ Sandbox
  • เข้ามาในประเทศไทยจะมีการกักตัว 14 วันในสถานที่กำหนดไว้เท่านั้น และไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมนอกห้องพักเด็ดขาด
  • เมื่อเข้ากักตัวแล้วจะมีการตรวจหาเชื้อ 3 ครั้ง เป็นช่วง ๆ ของการกักตัว

ส่วนการตรวจสอบย้อนหลังไปก่อนหน้านี้ พบว่า มีบางส่วนที่เข้ามาผ่านโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อก แต่ทั้งหมดไม่พบผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด

การป้องกันตัวเอง

สำหรับการป้องกันตัวเองในขณะนี้ หลายประเทศยังคงอยู่ในกรอบเดิมนั่นคือ

  • แนะนำให้ประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข้ารับวัคซีนป้องกันโควิด-19
  • การรักษามาตรการป้องกันส่วนบุคคลยังมีความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัย การรักษาระยะห่าง การเลี่ยงการรวมกลุ่ม

FAQ : เกี่ยวกับเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์ โอไมครอน (B.1.1.529)

Q : การติดเชื้อสายพันธุ์กลายพันธุ์ B.1.1.529 ต่างจากสายพันธุ์อื่นไหม?
A : 
ในขณะนี้ยังไม่มีรายงานความแตกต่างใด ๆ ในภายหลังจากการรับเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์กลายพันธุ์ B.1.1.529 นี้

Q : เพราะผู้ป่วย HIV ติดเชื้อโควิด-19 เลยกลายพันธุ์ใช่ไหม?
A : 
ทางการบอตสวานา ยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ไม่มีผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์โอไมครอนนี้ เป็นผู้ป่วย HIV แต่อย่างใด

Q : ทำไมต้องตื่นเต้น – ตกใจ – สนใจ ตัวนี้ด้วย?
A : 
เนื่องจากเชื้อโควิด-19 ในสายพันธุ์ Omicron ที่พบใหม่นี้ มีการกลายพันธุ์ในหลายตำแหน่ง มากกว่าเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อื่น ๆ รวมถึงสายพันธุ์เดลต้าด้วย ทำให้มีความกังวลว่า จะสามารถระบาดได้เร็ว เลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดี และอีกหลายอย่างที่ยังไม่ทราบได้ในขณะนี้

Q : มีผลกระทบต่อวัคซีนไหม?
A : 
ในขณะนี้ ยังมีข้อมูลไม่มากพอที่จะสรุปความแตกต่างที่เกิดขึ้นได้ระหว่างสายพันธุ์นี้ กับสายพันธุ์อื่น แต่ในขณะนี้จากรายงานของฮ่องกง พบว่า ผู้ป่วยรายหนึ่งมีประวัติได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว และติดเชื้อสายพันธุ์นี้

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นคาดว่า วัคซีนที่ใช้งานจะยังคงป้องกันการป่วยหนัก และเสียชีวิตได้

Q : น่ากลัวกว่าสายพันธุ์อื่นหรือไม่
A : 
ในขณะนี้ข้อมูลยังมีไม่มากพอที่จะยืนยันได้ แต่จากตำแหน่งของการกลายพันธุ์ และการค้นพบผู้ป่วย ทำให้คาดว่า สายพันธุ์กลายพันธุ์ B.1.1529 นี้ จะมีความสามารถในการแพร่กระจายได้เร็ว ส่วนระดับความรุนแรงของโรคนั้นในขณะนี้ ยังคงมีข้อมูลไม่เพียงพอ

Q : อาการและป้องกันตัวอย่างไรดี
A : 
อาการ 

การป้องกันในขณะนี้ ยังคงอยู่ในกรอบเดิมคือ การป้องกันส่วนบุคคล การสวมหน้ากาก การล้างมือรักษาความสะอาด การเว้นระยะห่าง รวมถึงการฉีดวัคซีน ยังคงเป็นแนวทางที่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 

 

 

 

.

Resources –

  • https://www.gov.ie/en/press-release/51184-statement-from-the-department-of-health-25-november-2021/
  • https://www.nature.com/articles/d41586-021-03552-w
  • https://www.nicd.ac.za/
  • https://www.hln.be/binnenland/mogelijk-2-gevallen-van-nieuwe-variant-in-ons-land-opgedoken-dit-zegt-viroloog-marc-van-ranst~a91b8691/
  • https://assets.uzleuven.be/files/2021-11/genomic_surveillance_update_211126.pdf
  • https://www.who.int/news/item/26-11-2021-classification-of-omicron-(b.1.1.529)-sars-cov-2-variant-of-concern
  • https://www.ecdc.europa.eu/en/publications-data/threat-assessment-brief-emergence-sars-cov-2-variant-b.1.1.529
  • https://www.businesswire.com/news/home/20211126005595/en/Moderna-Announces-Strategy-to-Address-Omicron-B.1.1.529-SARS-CoV-2-Variant
  • https://mthai.com/news/covid-19/235304.html#faq
  • https://nypost.com/2021/11/26/us-restrict-travel-from-south-africa-seven-other-nations-amid-new-covid-variant/
error: Content is protected contact admin!!